''เป้ย-ปานวาด'' ยันภาพเปลือยอกแนบ ''อังเดร นีลเซ่น'' เป็นการรีทัช และมีการเซฟอย่างดี เปิดใจที่ถ่ายแบบนี้เพราะอยากฉีกจากแฟชั่นชุดว่ายน้ำที่เคยถ่ายมา แต่รับภาพหน้าปกแรงกว่าที่คิด หวั่นถูกผู้ใหญ่ติง อุบค่าตัว 7 แสน รับทำไปเพราะเงินจริง เผยหวานใจ ''บิ๊ก-ทองภูมิ'' ไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่าเป็นงาน ลั่นไม่ได้ตั้งใจให้ภาพหวือหวาออกมาติดๆ กัน อ้างเป็นความบังเอิญ ปัดไม่แคร์สังคม บอกถ้าไม่แคร์คงจะแก้ผ้าหมดไปแล้ว!
ทำ เอาฮือฮากันไปทั้งบาง กับแฟชั่นสุดหวือหวาของนักแสดงสาว ''เป้ย'' ปานวาด เหมมณี ที่ถ่ายลงนิตยสารฉบับหนึ่ง ออกมาในลักษณะโนบรา อวดเต้าเต่งตูม ซึ่งแนบไปกับลำตัวของนายแบบหนุ่ม อังเดร นีลเซ่น พ่วงด้วยภาพหลุดเบื้องหลังการถ่ายทำที่เหมือนสาวเป้ยไม่ได้สวมใส่อะไรปิด หน้าอกเลย ซึ่งแฟชั่นเซตนี้ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่ว ถึงความแรงของดาราสาว เพราะก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะใส่กางเกงยีนขาสั้นจู๋โพสท่าบนมอเตอร์ไซค์ให้แตก ตื่นกันไป

เมื่อผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้เจอ ''เป้ย-ปานวาด'' ในงานแถลงข่าว ''โฮมเวิร์กส์ เอกซโป ครั้งที่ 8'' ที่ลานเซ็นทรัล คอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 53 จึงได้สอบถามถึงแฟชั่นดังกล่าว ซึ่งเป้ยเผยว่า ที่ถ่ายแฟชั่นสุดสยิวนี้เพราะต้องการฉีกแนวไปจากแฟชั่นชุดว่ายน้ำแบบเดิมๆ ที่เคยถ่ายมา ที่สำคัญมีการเซฟอย่างดี ไม่ได้เปลือยอกอย่างที่หลายคนเข้าใจ
''อืม ต้องอธิบายก่อนนะคะว่า เป้ยไม่ได้ถ่ายชุดว่ายน้ำมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว และการกลับมาครั้งนี้ได้ร่วมงานกับ ''พี่จอร์จ'' ธาดา วารีช คือเป็นช่างภาพที่เป้ยไว้ใจที่สุด มั่นใจว่าถ่ายสวยอยู่แล้ว และอีกอย่างหนึ่งก็คืออยากให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบ้าง ถ้าย้อนกลับไปดูเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว การถ่ายภาพก็จะเป็นแนวใสๆ เป็นอีกลุกส์หนึ่ง ถ้าจะถ่ายเหมือนเดิม โดยช่างภาพคนเดิม เป้ยว่ามันคงไม่มีอะไรแตกต่างหรือว่าเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ ก็เลยขออะไรที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เซ็กซี่มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป้ยต้องบอกว่าเทคนิคการถ่ายแต่ละครั้ง ที่ออกมา เป้ยเซฟทุกขั้นตอนค่ะ ไม่ได้ถอดจริง มีทุกอย่าง เซฟตลอดเวลา แม้กระทั่งชุดว่ายน้ำ ก็มีเตรียมตัวลดหุ่น ไม่ทานข้าวเย็น''
''ส่วน ใครที่มองว่าเรานู้ดนั้น ถ้าเกิดมองในมุมเป้ย การโพสท่าถ่ายแบบ ดูในเบื้องหลัง จริงๆ เราก็รู้ว่าเราไม่ได้โป๊ คือมีครบทุกอย่างบนตัว เป็นการรีทัชทั้งสิน จริงๆ ไม่ได้ถอดค่ะ มีผ้าครบอยู่บนตัวหมดเลย ส่วนที่เห็นเหมือนซิลิโคนก็ใช่ค่ะ ต้องขอบคุณพี่ทีมงาน ที่รีทัช คือต้องบอกว่าเป็นความจงใจอย่างหนึ่ง คือพี่ๆ เขาก็อยากให้ทุกคนรู้ว่าเราเองก็ไม่ได้ถอดอะไรขนาดนั้น การโพสถ้าเป็นในแบบของพี่จอร์จจะให้เราเป็นไปตามธรรมชาติ และภาพที่ออกมามันก็ได้พอดี''
ส่วนภาพที่ออกมาค่อนข้างแรงนั้น เป้ยน้อมรับคำวิจารณ์ทุกอย่าง
''ก็ ต้องน้อมรับนะคะ ก็อยากให้มองว่าเป็นงานอย่างหนึ่งของเป้ย นานๆ จะถ่ายสักครั้ง และอยากให้มองถึงเทคนิคการรีทัชภาพ ว่าเออคือจริงๆ ไม่ต้องถอดหมดก็ได้ ทำให้ดูเซ็กซี่หวือหวาได้บ้างโดยที่ไม่จำเป็นต้องถอดหมด ส่วนหน้าปกที่มันโดนตัวผู้ชาย คือมันไม่ได้แนบอะไรขนาดนั้นค่ะ ถ้าทุกคนได้เห็นของที่เป้ยเซฟ มันจะมีชุดชั้นใน มีซิลิโคนและเป็นชุดว่ายน้ำอีกชั้นหนึ่ง ไม่ได้ถอดไม่ได้หลุดจากตัวเลย ไม่มีถอดแน่นอนตลอดเวลาการถ่ายแบบไม่มีหลุดออกจากตัวเป้ยสักชิ้น เซฟเยอะมาก เราพกของเราไปเองคือซิลิโคนและชุดชั้นในแบบแปะ มันจะเป็นกาวแปะหน้าอก นั่นแหละ เซฟผู้คนด้วย คนเยอะก็ไม่กล้าถ่าย เฉพาะแค่ทีมงานที่ถ่ายและพี่ที่ดูเสื้อผ้า ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ''

''ถาม ว่าทราบไหมว่าจะมีการรีทัช ก็ทราบค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะแรงขนาดนี้ คุณแม่ก็ตกใจนิดนึง แต่พอเป้ยเล่าให้ฟังว่ามันมีเซฟนะ เขาก็ไม่ว่าอะไร เขาก็รู้ว่าเราทำงานยังไง เราเห็นภาพแล้วก็โอเค ถ้าถามตัวเป้ย ก็ว่ามันแรงแค่รูปปก มันเป็นสื่อทางการตลาดอยู่แล้ว มันต้องขาย แต่ข้างในถ้าถามตัวเป้ย คนอื่นเขาก็ถ่ายกันแบบนี้ แต่ด้วยลุกส์เป้ยเป็นนางร้ายเท่านั้นเอง''
ต่อข้อถามถึงเรื่องค่าตัวที่มีกระแสออกมาว่าเป้ยได้รับถึง 7 แสนบาท นั้น เป้ยบอกว่า
''ก็ ประมาณนึงค่ะ ถามว่าเป็นเพราะค่าตัวด้วยหรือเปล่าที่ทำให้เรากล้าขนาดนี้ เอ่อ คือปกติก็ถ่ายชุดว่ายน้ำอยู่แล้วค่ะ แล้วอันนี้ก็มีชุดว่ายน้ำอยู่บนตัวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องไปคิดอะไรมากถึงขนาดนั้นว่าจะต้องแก้ผ้า มันไม่ถึงขนาดนั้น เรามีเซฟตลอดเวลา เราไม่ได้เปลือยหมด''
เมื่อถามถึงฟีดแบ็กจากหวานใจ ''บิ๊ก'' ทองภูมิ ศิริพิพัฒน์ นักแสดงสาวกล่าวว่า
''บิ๊ก ได้เห็นแล้วค่ะ คือเขาเห็นรูปเบื้องหลังแล้วก่อนหน้านี้ เป้ยก็ส่งให้เขาดู เขาก็ไม่อะไร เพราะเขาก็มั่นใจในตัวของเป้ยว่าเป้ยเป็นคนยังไงอยู่แล้วค่ะ เขาก็ไม่ว่าอะไร ก็มีแซวแค่บางรูปที่ถ่ายกับผู้ชายเท่านั้นเอง ก่อนถ่ายก็ไม่ได้ต้องขอหรือะไร เพราะตอนที่ถ่าย เป้ยกับบิ๊กยังแค่คุยๆ กันอยู่เอง ถ่ายเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว''
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามว่า รู้สึกช่วงนี้ภาพหวือหวาจะออกมาติดๆ กันเลย เป็นการจงใจหรือเปล่า เรื่องนี้เป้ยเผยว่า
''มัน เป็นช่วงเวลาที่มันออกมาพร้อมกันเลยทีเดียว คืองานอีกงานหนึ่งภาพยังไม่ทันลืมเลยก็มีภาพอีกอันมาตอกย้ำแล้ว ถามว่าช่วงเวลาที่หนังสือจะออกเขามีวางไว้ก่อนแล้วว่าหนังสือจะออกช่วงนี้ๆ มันเป็นเหตุบังเอิญที่มาโป๊ะกันพอดี ห้ามไม่ได้ก็ต้องปล่อยมันไป เพราะเขาวางคอนเซปต์เป็นคู่รักวาเลนไทน์ มันออกในช่วงวาเลนไทน์ด้วยมั้งคะ ก็ถ่ายคู่กับผู้ชายแต่ไม่ได้สวีตหวานอะไรขนาดนั้น มันขึ้นอยู่กับช่างภาพและตัวเรามากกว่าว่ามุมไหนที่มันโป๊ะพอดี''
''ส่วน ประเด็นที่คนจะมองว่าเป้ยไม่แคร์สังคมถึงได้ทำอย่างนี้ คือไม่ใช่ไม่แคร์ค่ะ ถ้าไม่แคร์คงถอดหมดแล้วค่ะ นี่เป้ยถือว่าเป้ยทำในหน้าที่ส่วนของเป้ยได้ดีที่สุดแล้ว เป้ยเป็นผู้รับจ้างเท่านั้นเอง เขามาจ้างเป้ยถ่าย ด้วยลุกส์เป้ยเคยถ่ายอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าเป้ยก็ยังยอมรับว่าสิ่งที่เป้ยถ่าย ไม่ได้แก้ผ้าแน่นอน''
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เหมือน ''เสี่ยเจียง'' สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ จะสั่งงดหวือหวา แต่ทำไมช่วงนี้ถึงได้ออกมาติดกันแบบนี้ เสี่ยเจียงไม่ว่าหรือ เรื่องนี้ เป้ยกล่าวว่า
''อย่างที่บอกค่ะว่ามันเป็นช่วงประจวบเหมาะ มากกว่าที่มันมาปึ้งๆ ชนกันทีเดียว ถ้าถามตัวเป้ยก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ คือตอนนี้ยังไม่ถูกเรียกไปต่อว่านะคะ แต่ถ้าถามก็มีแอบกังวลอะไรบ้าง เพราะด้วยภาพมันดูออกจะแรง ก็ต้องอธิบายเหตุผลของเราให้ท่านเข้าใจ เพราะที่สุดแล้ว ในความเป็นจริงมันเป็นยังไง ผู้ใหญ่ก็ต้องรับฟัง รับรู้และเขาก็รู้อยู่แล้วว่าลิมิตเราแค่ไหน นิสัยส่วนตัวเราเป็นยังไง''
''ถาม ว่ากลัวกระทบงานอื่นไหม ถ้าถามตัวเป้ย ณ ตอนนี้ไม่ได้กระทบ แต่มันอาจจะมีบ้างกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรง เป้ยก็ต้องน้อมรับฟังไว้ และหลังจากนี้เป้ยก็ต้องคิดนะคะ ไม่ว่าจะงานอีเวนต์ หรืองานถ่ายแบบ งานถ่ายแบบก็อาจจะต้องขอดูรูปก่อนตีพิมพ์ อันนี้เป้ยยอมรับว่าเป้ยผิดพลาดที่ไม่ได้ขอดูรูปก่อนตีพิมพ์ ส่วนงานอีเวนต์ก็ต้องคุยกันให้ละเอียดและดูเรื่องเสื้อผ้าให้มันเซฟมากกว่า นี้''

ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนตัวกังวลหรือเปล่า ที่กระแสในอินเทอร์เน็ตเม้าท์ว่าเป้ยทำไปเพราะเงิน เรื่องนี้ ดาราสาวเผยว่า
''ไม่ได้กังวลค่ะ เพราะว่ามันคือความจริงค่ะ เป้ยเป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ก็เพราะเงินค่ะ แต่ว่าไม่ใช่ว่าเงินจะซื้อเป้ยได้นะคะ เป้ยก็เลือกค่ะ ในการรับงานต่างๆ ดูลิมิตด้วย คือมันคงไม่มีแรงกว่านี้แล้วค่ะ แต่ก็คงไม่ทิ้งงานเซ็กซี่ไปเลย เป้ยก็เคารพในจุดๆ นี้ของเป้ย ยอมรับว่าที่คนรู้จักเราได้เพราะเราเป็นแบบนี้ เป้ยก็รักมันตรงนี้ มันทำให้เรามีข้าวมีน้ำกิน มีชีวิตเลี้ยงแม่เราได้ ถามว่าจะให้เป้ยเลิกไหม เป้ยขอเลือกให้มันซาๆ ดีกว่า เป้ยไม่รับปากว่าเป้ยต้องเลิกเลย''
''กับ งานในครั้งนี้ถามว่ามันคุ้มกันไหม มันก็มีส่วนได้ส่วนเสีย ถ้ามองในด้านสังคมเราก็น้อมรับไว้ตรงนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมายินดีกับเราทุกฝ่าย มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ'' เป้ยกล่าว
ขอขอบคุณข้อมูลข่าว จาก สยามดารา http://www.siamdara.com/hotnews/100219_16122.html
ขอขอบคุณรูปประกอบดีๆจาก นิตยสารผู้หญิงและ http://www.magazinedee.com


